ในการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก คุณธิติพล เทียมจันทร์ ที่ปรึกษาและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัล มาเป็นผู้บรรยาย โดยเริ่มจากการปูพื้นฐานเกี่ยวกับ Generative AI ทั้งที่มา ประเภท และประเด็นสำคัญที่ควรรู้ พร้อมทั้งเสริมความเข้าใจเกี่ยวกับภาพรวมของตลาด AI และแนวทางการป้องกันตนเองจากภัยไซเบอร์
นอกจากนี้ วิทยากรยังได้ถ่ายทอดแนวทางการสร้างสรรค์สื่อโดยใช้ Generative AI เป็นเครื่องมือสนับสนุน แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ เนื้อหา รูปภาพ วิดีโอ และเสียง โดยแต่ละประเภทมีรูปแบบการใช้งานและวิธีการออกคำสั่ง (prompt) ที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแต่ละงาน ทั้งนี้ เนื้อหาที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากผู้เข้าร่วม ได้แก่ การใช้ Generative AI ในการจัดการข้อมูล เช่น การสรุปการประชุม การเตรียมข้อมูลประกอบการประชุม ตลอดจนการสร้างสื่อภาพ เช่น อินโฟกราฟิก และสไลด์นำเสนอ เพื่อนำไปใช้ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความก้าวหน้าของระบบงานนิติบัญญัติได้จริง
อย่างไรก็ตาม วิทยากรได้เน้นย้ำถึงข้อจำกัดสำคัญของ AI โดยเฉพาะปัญหา AI Hallucination ซึ่งหมายถึงกรณีที่ AI สร้างข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่มีแหล่งอ้างอิงรองรับ แต่กลับแสดงผลคำตอบที่ผิดนั้นออกมาอย่างมั่นใจ ดังนั้น ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทุกครั้งก่อนนำไปใช้ พร้อมทั้งตระหนักว่า AI ยังอาจมีข้อผิดพลาดได้ในหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหา การสะกดคำ หรือการสร้างภาพ จึงต้องอาศัยการพิจารณาและการกลั่นกรองจากมนุษย์อยู่เสมอ
หลังจบกิจกรรม คุณอรพรรณ สุวรรณวัฒนกุล ผู้จัดการโครงการ มูลนิธิคอนราด อาเดนาวร์ สำนักงานประเทศไทย ได้กล่าวปิดงานโดยเปรียบ AI เป็นเหมือนนักศึกษาฝึกงาน มีหน้าที่ช่วยสนับสนุนในส่วนงานต่าง ๆ แต่ท้ายที่สุด ตัวผู้ปฏิบัติงานเองต้องตรวจสอบข้อมูล ความถูกต้องเหมาะสม และแหล่งอ้างอิงที่ AI สืบค้นมาให้ด้วย
ทั้งนี้ คุณอรพรรณยังเน้นย้ำว่า Generative AI นั้นเป็นเพียงเครื่องมือและวิธีการ แต่คุณภาพของผลงานขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ใช้งานในการนำองค์ประกอบเหล่านี้ไปเชื่อมโยงและสร้างสรรค์ผลงานร่วมกับ AI แม้การสั่งงาน AI ในปัจจุบันจะเป็นเรื่องที่ใครก็สามารถทำได้ แต่การสร้างผลงานที่โดดเด่น มีเรื่องราว มีความเชื่อมโยง และสะท้อนจุดมุ่งหมายของงานแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน ยังคงต้องอาศัยจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เป็นสำคัญ
การใช้ Generative AI อย่างมีประสิทธิภาพจึงควรมองว่าเป็นเครื่องมือสนับสนุนที่ช่วยให้การทำงานรวดเร็วขึ้น โดยยังคงมีมนุษย์เป็นผู้กำหนดแนวคิดและทิศทางของงาน มิใช่การปล่อยให้ AI ทำหน้าที่แทนทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้งานขาดความเป็นมนุษย์ ความคิดสร้างสรรค์ และมิติทางความรู้สึก